กองทุนรวม

mutualfund_1-11

กองทุนรวม คือการที่ประชาชนจำนวนมากระดมเงินสำหรับการลงทุนและนำไปขึ้นทะเบียนเป็นฐานะนิติบุคคล เพื่อตั้งเป็นเงินทุนขึ้นมาโดยมีผู้จัดการที่เป็นคนคอยดูและกองทุน นำไปลงทุนในทรัพย์สินต่างๆ

โดยผู็จัดการกองทุนนั้นจะนำเงินไปตามนโยบายต่างๆของแต่ล่ะกองทุน เพื่อให้มีกำไร ได้รับผลตอบแทนที่เกิดจากการลงทุน ดังนั้นแล้วเมื่อมีผลกำไรที่เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ จะนำมาเฉลี่ยผลตอบแทนมาคืนให้กับผู้ลงทุนตามอัตราส่วนของนักลงทุน

การทำงานของกองทุนรวม

การทำงานของกองทุนรวมนั้นจะเริ่มจากนักลงทุนที่นำเงินมาเพื่อใช้ในการลงทุน มีการซื้อขายกองทุนต่างๆ ซึ่งในการซื้อขายกองทุนรวมนั้นจะมีผู้กำกับดูแลให้โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) บริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) จัดตั้งกองทุนรวมเพื่อเสนอขายหน่อยลงทุนให้กับผู้ลงทุน

สามาคมบริษัทจัดการกองทุน (AIMC) กำหนดจรรยาบรรณและมาตรฐานในการปฏิบัติงานให้กับ บลจ.

นอกจากนี้ยังมีผู้ที่คอยดูแลเรื่องผลประโยชน์ (Fund Supervisor) ดูแลเก็บรักษาทรัพย์สินให้กับนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็น ชำระราคา ซื้อขายสินทรัพย์ และดูแลให้กับบริษัทจัดการลงทุน การบริหารจัดการกองทุนตามนโยบายการลงทุนในหนังสือชี้ชวน

หลังจากที่นักลงทุนทำการซื้อ/ขายกองทุนรวมแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะสร้างผลตอบแทนให้กองทุนรวม เป็นเงินปันผล (Dlvldend) กองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายจากเงินปันผลเอง หรือผลกำไรจากส่วนต่างของราคา (Capltal Gain) เมื่อมีการขายคืนในการลงทุนที่ได้ราคาสูงกว่าจากราคาที่ซื้อมา ทำให้ได้กำไรจากผลต่างนั้น เมื่อมีผงตอบแทนที่เข้ามาจากกองทุนรวมจากผู้ลงทุนแล้ว จะทำการเฉลี่ยนผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุน

ในการลงทุนในกองทุนรวมเป็นการลงทุนที่อาจไม่เสี่ยงมากถ้าเทียบกับการเล่นในตลาดหุ้น เพราะมีผู้เชี่ยวชาญที่คอยบริหารเงินเราให้เปฦ็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และจำนวนเงินที่ใช้ในการลงทุนนั้นเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก เริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักร้อยบาทขึ้นไป ก็สามารถลงทุนในกองทุนรวมได้ แต่ถึงแม่ว่ากองทุนรวมจะผู้เชียวชาญในการดูแล ก็ใช่ว่าจะยังไม่มีความเสี่ยงเกิดขึ้น ยังคงมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการลงทุนอื่นๆทั่วไป

9 ขั้นตอนในการลงทุนกับกองทุนรวม

1.การมีเงินสำรองฉุกเฉิน ทุกคนต้องเคยได้ยินมาว่าคนที่ทำงานประจำหรือที่เรียกว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้น ถ้าอยากเก็บเงินจำนวนนึง เพื่อที่จะไปลงทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม หรือรู้แบบการลงทุนปันผลต่างๆ ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ถึงจะไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต หรือไม่รบกวนเงินทางด้านการลงทุน เราควรมีเงินเก็บสำรองอย่างน้อย 3-6 เท่าของเงินเดือน

2.หลังจากที่เรามีเงินสำรองในการเก็บ ที่แยกจากเงินในส่วนของการลงทุนของเราแล้ว ขึ้นตอนต่อไปในการลงทุนกับกองทุนรวมคือการทำการเปิดบัญชีกองทุน โดยเลือกเป็นกองทุน ศึกษาข้อมูลกับกองทุนรวมที่เราจะเลือก เลือกเปิดกองทุนรวมกับธนาคารที่ชอบ หรือถ้าพึ่งเริ่มเข้ามาทำในการลงทุน ก็อาจจะเปิดบัญชีกองทุนกับตัวแทนได้ เพราะสะดวกสบาย มีให้เลือกและซื้อขายได้อย่างสะดวก

3.นอกจากเรามีเงินสำหรับการลงทุนแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือการตั้งเป้าหมายสำหรับเงินที่ใช้ในการลงทุนให้ได้มีประสิทธิภาพ คอยติดตาม วัดผล เป็นต้น

4.การเลือกกองทุน ควรหาข้อมูลเพื่อที่จะได้ทราบแนวคิดในการลงทุนของตัวเราเอง ให้เข้าในแนวคิดการลงทุนของกองทุนเบื้องต้น เพราะเมื่อเราลงทุนจะได้มีหลัก ไม่ข้องใจในการลงทุน หากมีความเปลี่ยนแปลงในการลงทุนเราจะได้เข้าใจง่าย เช่น หาข้อมูลจาก Fund Fact Sheet เป็นต้น หากเป็นกองทุนต่างประเทศ เราก็ควรหาข้อมูลศึกษาเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน เช่น Master Fund.

และอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญเราควรพิจารณาในส่วน เรื่องผลการตอบแทน, ความเสี่ยงในการลงทุน, วิธีจัดการกองทุน โดยเรื่องอ่านข้อมูลข่าวสารต่างๆได้ตาม Media ทั่วๆไป เพื่อเพิ่มในการตัดสินใจก่อนการซื้อกองทุน

5.การดูในส่วนของค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมก็มีส่วนช่วยในการตัดสินใจในการลงทุนได้ เพราะบางกองทุนต่างๆนั้นจะมีค่าใช้จ่าย Total Expense Ration สูง ต่ำต่างกันไป อาจคำนึงถึงลักษณะกองุนที่แอคทีพไม่เกิน 2% หรือ ที่เป็นแบบ กองทุนพาสทีฟก็ไม่ค่อยเกิน 1% ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนักลงทุนในการเลือกตัดสินใจในการซื้อ

6. การตรวจสอบกองทุนที่จะตัดสินใจซ์้อว่าเป็นกองทุนประเภทไหน เป็นกองทุนเป็น หรือกองทุนปิด เป็นกองทุนที่จัดอยู่ในประเภทที่สามารถขายหรือไม่ขาย ถ้าเป็นกองทุนประเภทแบบไม่ขายก็คือจะเป็นหน่วยในการลงทุนได้ก่อนเวลาหรือไม่ หากอยู่ในประเภทของกองทุนปิด จะไม่สามารถขายหน่วยที่ลงทุนคืนได้ก่อนเวลาตามกำหนด อาจส่งผลทำให้การลงทุนเพิ่มความเสี่ยงขึ้นได้หากมีความจำเป็นที่ต้องใช้จ่ายเงินก็ไม่สามารถนำออกมาใช่งานได้

7. ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากค่าเงินที่แตกต่างกัน เพราะการลงทุนสามารถลงทุนกับกองทุนในต่างประเทศได้ ซึ่งอาจมีผลต่างจากค่าเงินในแต่ล่ะประเทศ ซึ่งควรนำมาเป็นส่วนในการตัดสินใจเช่นกัน

8. หาวิธีการบริหารการลงทุนจากคู่มือต่างๆ หรือเทคนิคต่างๆที่ช่วยในการซื้อกองทุน เช่น การซื้อทุกเดือนเท่าๆกัน (DCA), ซื้อทุนเท่าๆกันแต่หากมีกองทุนไหนที่ต่ำลง ให้ซื้อกองทุนนั้นเพิ่มขึ้น (DCA + Timing), แบบตัดสินใจซื้อเป็นก้อน (Lump Sum) เป็นต้น
9. การติดตามการลงทุนในกองทุนของเรา ทำข้อมูลต่างๆเพื่อนำมาช่วยในการวิเคราะห์ในการลงทุนต่อไป