ลงทุนใน ตราสารหนี้ ระยะสั้น หรือยาวดี

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ตราสารหนี้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในแวดวงการลงทุนคงจะคุ้นเคย แต่นักลงทุนหน้าใหม่ ยังคงอาจจะไม่เข้าใจว่า ตราสารหนี้แบบนี้ เป็นอย่างไรและมีที่มาที่ไปอย่างไร วันนี้จึงขอเอ่ยถึงข้อมูลส่วนนี้กันสักเล็กน้อย เพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของคำว่า ตราสารหนี้ระยะสั้น และ ตราสารหนี้ระยะยาว

ตราสารหนี้ คืออะไร

ตราสารหนี้ ถ้าแปลเป็นภาษาชาวบ้านง่ายๆ ก็คือสัญญาเงินกู้ที่ผู้ออกตราสารอยู่ในฐานะลูกหนี้ เนื่องจากผู้ออกตราสารจะต้องนำเงินไปลงทุนเพื่อขยายกิจการเพิ่มเติม เช่น ไปสร้างโรงงาน ไปซื้อสินค้า โดยผู้ออกตราสารตกลงจะจ่ายดอกเบี้ย และคืนเงินต้นให้ตามระยะเวลาของตราสารหนี้นั้นๆ ซึ่งอาจมีทั้งประเภทที่จ่ายดอกเบี้ยพร้อมเงินต้น หรือจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยทุกปีแล้วค่อยคืนเงินต้นเมื่อตราสารครบกำหนด

ตราสารหนี้แตกต่างจากสัญญากู้ทั่วๆ ไปที่ใช้กันเพราะตราสารหนี้นั้น โดยสามารถจะเปลี่ยนมือจากเจ้าหนี้คนหนึ่ง ไปยังเจ้าหนี้คนอื่นได้ตลอดเวลา เช่นเดียวกับตั๋วเงิน เช็ค ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญา ใช้เงิน ใบประทวนสินค้า

 

โดยทั่วไปตราสารหนี้มักมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราเงินฝากทั่วๆ ไปของธนาคาร ณ เวลาที่ออกตราสารหนี้ เพื่อดึงดูดให้คนนำเงินมาให้กู้ หรือมาซื้อตราสารหนี้ที่ออก เมื่ออัตราดอกเบี้ยธนาคารปรับเปลี่ยนสูงขึ้นก็จะมีตราสารหนี้ใหม่ๆ ที่จะมีอัตราสูงกว่าดอกเบี้ยธนาคารออกมาเสมอ

ตราสารหนี้มี 2 ประเภท

  • ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐ และองค์กรของรัฐ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์กรของรัฐบาล เช่น พันธบัตรของรัฐวิสาหกิจ หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ตราสารหนี้ที่ออกโดยเอกชน เรียกว่าหุ้นกู้ มี 2 ประเภท คือ ตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหนี้ และตราสารหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหนี้

การแบ่งตราสารหนี้ ยังมีการแบ่งเป็น ระยะสั้น ระยะกลาง หรือ ระยะยาว แตกต่างกันไป

  • ตราสารหนี้ระยะสั้น ดอกเบี้ยก็จะต่ำ เพราะผู้ที่ออกตราสารจำหน่ายนั้น สามารถนำเงินไปใช้ในระยะอันสั้น และกิจการในขณะนั้นอาจจะยังไม่ทราบผลแน่ชัด เป็นการระดมเงินใหม่
  • ตราสารหนี้ระยะยาว ดอกเบี้ยจะสูง เพราะผู้ออกตราสารหนี้ สามารถนำเงินไปลงทุนหาผลประโยชน์ได้ยาวนาน แล้วนำผลประโยชน์นั้นมาจ่ายคืนให้กับผู้ลงทุนซื้อตราสาร

แต่อย่างไรก็ตาม ตราสารหนี้ระยะสั้น จะมีความเสี่ยงน้อยกว่า ตราสารหนี้ระยะยาว เพราะตราสารหนี้ระยะยาวนั้นอาจจะคาดการณ์ไม่ถึงว่าในระยะยาว กิจการของบริษัทดังกล่าวนั้นจะไม่ดี ตกต่ำหรือล้มละลาย ทั้งไม่สามารถนำเงินดังกล่าวออกมาได้ ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้เงินในอนาคตอันใกล้ เว้นแต่นำออกขายอย่างรีบๆ จะได้ราคาต่ำ ยิ่งบริษัทนั้นกิจการไม่ดียิ่งแทบขายไม่ได้ ผู้ที่ซื้อตราสารหนี้นั้นจะประสบความสำเร็จในการซื้อขายได้ ต้องมีความสามารถมีประสบการณ์ และมีความรอบรู้ และสามารถพยากรณ์แนวโน้มของดอกเบี้ย ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งเศรษฐกิจและการเมืองได้เป็นอย่างดี

คร่าวๆ กับเรื่อง ตราสารหนี้ระยะสั้น และ ตราสารหนี้ระยะยาว

แนะลงทุน​ใน LTF-RMF ช่วง​โค้งสุดท้ายของปี

บลจ. ทิส​โก้ ​แนะลงทุน​ใน LTF-RMF ช่วง​โค้งสุดท้ายของปี ชูผลิตภัณฑ์กองทุนรวมที่หลากหลายตอบ​โจทย์ทุก​การลงทุนของลูกค้า ชูกอง​ใหม่ “กองทุน​เปิด ทิส​โก้ ​โกลด์ ฟันด์ ​เพื่อ​การ​เลี้ยงชีพ” ​เอา​ใจ​ผู้ที่ชอบลงทุน​ในทองคำ ช่วย​เพิ่ม​โอกาสรับผลตอบ​แทนพร้อมรับสิทธิประ​โยชน์ทางภาษี

นายธีรนาถ รุจิ​เมธาภาส กรรม​การ​ผู้จัด​การ บลจ.ทิส​โก้ ​เปิด​เผยว่า ช่วง​โค้งสุดท้ายของปีทาง บลจ.ทิส​โก้ ​ได้จัด​เตรียมผลิตภัณฑ์กองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) ​และกองทุนรวม​เพื่อ​การ​เลี้ยงชีพ (RMF) หลากหลาย​เพื่อรองรับ​โจทย์​การลงทุนของลูกค้า ล่าสุด​เปิดตัว “กองทุน​เปิด ทิส​โก้ ​โกลด์ ฟันด์ ​เพื่อ​การ​เลี้ยงชีพ”(TISCO Gold RMF) ที่มีน​โยบายลงทุน​ในทองคำ​แท่ง​เพื่อสร้างผลตอบ​แทน​ให้​ใกล้​เคียงกับผลตอบ​แทนของราคาทองคำ ​โดยลงทุน​ในกองทุน SPDR Gold Trust ​ซึ่ง​เป็นกองทุนอีที​เอฟที่จดทะ​เบียนซื้อขาย​ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

หลังจากที่​เสนอขายครั้ง​แรก (IPO) ​ไป​ในช่วงปลาย​เดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ปัจจุบัน​ได้​เปิด​ให้ซื้อหน่วยลงทุน​ได้อีกครั้งหลัง IPO ​แล้วตั้ง​แต่วันนี้​เป็นต้น​ไป มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 5,000 บาท ​และสามารถซื้อขาย​หรือสับ​เปลี่ยน​ได้ทุกวัน​ทำ​การ กองทุนดังกล่าว ​จึงถือ​เป็นอีกทาง​เลือกหนึ่งของ​การลงทุน​ในทองคำ ​ซึ่ง​เป็นสินทรัพย์ที่มี​ความมั่นคงทางมูลค่าสูง ควบคู่​ไปกับ​การรับผลประ​โยชน์ทางภาษี

 

พร้อมกันนั้นช่วงปลายปีนี้ บลจ. ทิส​โก้ ​ได้จัด​โปร​โมชั่นพิ​เศษ​เอา​ใจ​ผู้ลงทุน​ในกองทุน LTF ​และ RMF ​ในช่วง​โค้งสุดท้ายของปี ​โดย​เมื่อลงทุนทุกๆ 12,000 บาท​ในกลุ่มกองทุนหุ้นต่างประ​เทศ ​ได้​แก่ กองทุน​เปิด ทิส​โก้ ​ไชน่า อิน​เดีย ​เพื่อ​การ​เลี้ยงชีพ ​และ กองทุน​เปิด ทิส​โก้ ​เอ​เชีย ​แปซิฟิก ​เอ็กซ์ ​เจ​แปน ​เพื่อ​การ​เลี้ยงชีพ,

ลงทุนทุกๆ 30,000 บาท​ในกลุ่มกองทุนหุ้น ผสม ​และทองคำ ​ได้​แก่ กองทุน​เปิด ทิส​โก้ หุ้นระยะยาว, กองทุน​เปิด ทิส​โก้ หุ้นระยะยาวปันผล, กองทุน​เปิด ทิส​โก้ หุ้นทุน​เพื่อ​การ​เลี้ยงชีพ, กองทุน​เปิด ทิส​โก้ พลทรัพย์​เพื่อ​การ​เลี้ยงชีพ ​และ กองทุน​เปิด ทิส​โก้ ​โกลด์ ฟันด์ ​เพื่อ​การ​เลี้ยงชีพ

​และลงทุนทุกๆ 50,000 บาท​ในกลุ่มกองทุนตราสารหนี้ ​ได้​แก่ กองทุน​เปิด ทิส​โก้ ตราสารหนี้มั่นคง​เพื่อ​การ​เลี้ยงชีพ ​และ กองทุน​เปิด ทิส​โก้ ตราสารหนี้​เพื่อ​การ​เลี้ยงชีพ ​ผู้ลงทุนจะ​ได้รับบัตรกำนัล​เซ็นทรัลฟรีทันที มูลค่า 100 บาท ​โดย​ไม่จำกัดจำนวนสูงสุด ตั้ง​แต่วันนี้ จน​ถึง 31 ม.ค. 55 นี้

นายธีรนาถ กล่าวว่า TISCO Wealth ​ซึ่ง​เป็นบริ​การที่ปรึกษาทาง​การ​เงิน​และ​การลงทุนครบวงจรจากกลุ่มทิส​โก้ ​แนะนำลงทุน​ในกองทุน LTF ​และกองทุน RMF ที่ลงทุน​ในหุ้น​แถบ​เอ​เชีย​โดย​เฉพาะจีน ที่มีพื้นฐานทาง​เศรษฐกิจที่​แข็ง​แกร่ง ​และ​เป็น​แรงหลัก​ใน​การขับ​เคลื่อน​เศรษฐกิจ​โลก ​โดยปัจจัยด้าน​ความกังวล​เรื่องอัตรา​เงิน​เฟ้อของจีน​ได้ผ่านจุดสูงสุด​ไป​แล้ว ​ทำ​ให้​การลงทุน​ในตลาดหุ้นจีนยังถือว่ามี​ความน่าสน​ใจมากที่สุด ​โดย P/E ​ในปีหน้าจะอยู่ที่ 8 ​เท่า

อีกทาง​เลือกหนึ่งที่น่าสน​ใจคือกองทุน RMF ที่ลงทุน​ในทองคำ ที่​ถึง​แม้ว่า​ในระยะสั้น​การ​เคลื่อน​ไหวของราคาทองคำจะมี​ความผันผวนอยู่บ้าง ​แต่หากมองระยะยาวราคาทองคำน่าจะปรับตัว​เพิ่มสูงขึ้น​ไป​ได้อีก ​เนื่องจากยังมี​ความต้อง​การ​ในตลาดอย่างต่อ​เนื่อง ประกอบกับน​โยบายของธนาคารกลาง​ในหลายประ​เทศที่หันมาถือครองทองคำ​แทน​การถือครอง​เงินสกุล ดังนั้น​ผู้ที่สน​ใจลงทุน​ในหุ้นจีน​และทองคำสามารถ​เลือกลงทุน​ในกองทุนมีน​โยบายลงทุน​ในหุ้นจีน ​และทองคำ ​เพื่อ​เพิ่ม​โอกาส​ใน​การรับผลตอบ​แทน ​และที่สำคัญ​ผู้ลงทุนยังสามารถ​ใช้สิทธิ์​ใน​การหักลดหย่อนภาษี​ได้อีกด้วย

Money Expo Festival 2012

มหกรรมทางการเงินที่จัดขึ้นทุกๆ ปีในเมืองไทยนั้นคงจะหลีกหนีไม่พ้นเกี่ยวกับงาน Money Expo ที่เป็นมหกรรมการเงิน โดยรวมเอาหลากหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องรวมเข้าไว้ด้วยกัน เป็นตลาดนัดทางการเงินการลงทุนที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้

บัวหลวง แอ็คทีฟ คำตอบการลงทุน

แอ็คทีฟ หนึ่งในคำตอบการลงทุนในปีนี้ จาก บลจ.บัวหลวง โดยผู้ลงทุนน้อยคนที่จะเข้าใจว่า กองทุนรวมแบบผสม เป็นกองทุนที่น่าจะเป็นอีกหนึ่งที่ตอบโจทย์ได้ เพราะบางท่านอาจลังเลกับการลงทุนในหุ้นในช่วงที่ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นมาสูงเหมือนในขณะนี้ ครั้นจะอยู่กับเงินฝากหรือกองทุนตราสารหนี้ ก็ทนกับผลตอบแทนต่ำๆ ไม่ไหว แม้จะเสี่ยงน้อยกว่า

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (บลจ.บัวหลวง) กล่าวว่า “กองทุนรวมแบบผสม เป็นกองทุนที่ลงทุนในหลักทรัพย์ได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น หุ้น พันธบัตร ตราสารหนี้ ทองคำ ฯลฯ ส่วนในแต่ละกองทุนนั้นจะลงทุนในอะไรบ้าง ในสัดส่วนเท่าไหร่ หรือมีกติกาอย่างไรที่แตกต่างกันไป เราต้องไปหาอ่านในโครงการกองทุนนั้นๆ

ผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนรวมผสมของอุตสาหกรรมกองทุนรวมเท่าที่ผ่านมา ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ และมีหลายนโยบายให้เลือก ซึ่งย่อมสะท้อนถึงหลายระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนคาดหวังที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง นั่นคือหากกองทุนมีนโยบายเปิดให้รับความเสี่ยงได้มาก ผลตอบแทนก็ควรจะมากกว่ากองทุนที่เปิดให้รับความเสี่ยงได้น้อยกว่า”

 

กองทุนรวมผสมภายใต้การจัดการของ บลจ.บัวหลวง นั้นมีหลายกองทุน หลายนโยบาย ตัวอย่างเช่น กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ และ กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็น 2 กองทุนผสมที่มีความเสี่ยงสูง เพราะผู้จัดการกองทุนของ บลจ.บัวหลวง สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นได้โดยไม่จำกัดสัดส่วนที่ลงทุนในหุ้น ซึ่ง ณ วันที่ 27 มกราคม 2555 ที่ผ่านมานี้ ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ประมาณร้อยละ 18.23 และ 21.90 ตามลำดับ ส่วนกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งเสี่ยงน้อยกว่า เพราะลงทุนในหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 25 ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ร้อยละ 9.08 ซึ่งสังเกตได้ว่าที่ผลตอบแทนน้อยกว่า ก็เพราะนโยบายลงทุนมีความเสี่ยงต่ำกว่า 2 กองแรก (โปรดดูตารางผลตอบแทนย้อนหลังเพิ่มเติมประกอบการพิจารณา)

นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจกองทุนรวม บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า “หลังจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดดัชนีเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนถึง 11.22% จากแรงซื้อของต่างประเทศเป็นหลัก มีผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้น หรืองกองทุนหุ้นบางกลุ่มเริ่มกังวลใจที่จะเข้าลงทุนในระดับนี้ บลจ.บัวหลวง จึงขอให้ผู้ลงทุนลองพิจารณากองทุนผสมซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างกองทุนตราสารทุน และ ตราสารหนี้ ได้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในมุมมองของผู้จัดการกองทุน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนคลายความกังวลในการที่จะลงทุนหุ้นในภาวะปัจจุบันได้”

”บีแอ็คทีฟ เป็นกองทุนเปิดแบบผสมที่สามารถลงทุนได้ ทั้งหุ้นและตราสารหนี้โดยไม่จำกัดสัดส่วนการลงทุน และมีความพิเศษที่เป็นกองทุนที่มุ่งแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนจากความเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่งของราคาหุ้นในระยะสั้นและระยะกลาง ดังนั้น เราจึงอาจซื้อขายหุ้นให้ บีแอ็คทีฟ บ่อยครั้งกว่ากองทุนอื่นของเราที่มองยาวกว่าก็ได้ ความเสี่ยงจึงมากกว่ากองผสมอื่นๆ ของเรา แต่น่าจะถูกกับอุปนิสัยของผู้ลงทุนที่ชอบเล่นช่วงสั้นก็ได้” นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดการกองทุน บลจ.บัวหลวง กล่าว

ณ 27 มกราคมที่ผ่านมา บีแอ็คทีฟ ลงทุนในหุ้นประมาณร้อยละ 91.95 มีผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ร้อยละ 17.60 และผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ประมาณร้อยละ 18.23”

นักลงทุนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือขอหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปได้ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา หรือบัวหลวงโฟน 1333 หรือที่ บลจ.บัวหลวง 0-2674 – 6488 กด 8 หรือที่ www.bblam.co.th

แนะเทคนิคการเลือกลงทุนใน กองทุนรวม

เทคนิคการเลือกลงทุนในกองทุนประเภทต่างๆ นั้นมีหลายเทคนิคด้วยกัน บ้างใช้ได้ดีกับบางคน แต่บางเทคนิคก็ไม่ได้หมายถึงดีไปเสียหมด อยู่ที่ว่าใครจะเลือกจับจุดการลงทุนได้ดีแค่ไหน เพราะการลงทุนเป็นการคาดการณ์ด้วยข้อมูล ใครที่เข้าถึงข้อมูลและสรุปข้อมูลได้ดีกว่าก็ได้เปรียบ หากเทคนิคหลายอย่างสามารถใช้ได้และได้ผลดีกับทุกคนแล้ว ประเทศก็คงจะมีแต่คนรวยกันหมดทุกคนแน่

คำตอบ การลงทุน

ในทุกๆ เทรดต้องคุ้มค่าการลงทุน ในทุกการลงทุนจะมีลักษณะเหมือนกันหมด นั่นก็คือ ก่อนลงทุนจะต้องศึกษาก่อนเสมอ ต้องมีความรู้ จะซื้อแค่หุ้นตัวเดียวก็ต้องศึกษาก่อนเสมอ ซื้อตราสารหนี้ตัวไหนก็ต้องมีความรู้ในตราสารตัวนั้น ลงทุนอะไรก็ต้องมีความรู้ในเรื่องนั้น รู้น้อยรู้มาก ย่อมมีผลต่อความเสี่ยง กำไรจากการลงทุนใดๆ จะเดินไปในทิศทางเดียวกับความรู้ในการลงทุนใดๆ

ขอนำบทความของ ป้าสุ ใน taladhoon.com มานำเสนอ เพราะให้ข้อคิดและแนวคิดที่ดีมากเรื่องหนึ่ง เนื้อหาว่า เส้นทางชีวิตสายการงานของ “สมเกียรติ ชินธรรมมิตร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เว็ลธ์ แมเนจเม้นท์ ซิสเท็ม จำกัด นั้น มีจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายการลงทุนอย่างแท้จริง โดยเขาเริ่มต้นเป็น Trainee ที่ซิตี้ แบงก์แล้วก็เริ่มต้นชีวิตเป็นผู้จัดการกองทุนตั้งแต่ปี 1985 เป็นต้นมา ในปี 1990 เขาก็ขึ้นมาเป็นหัวหน้าดูแลการบริหารเงินในส่วนของ Citibank Private Bank ทั้งหมด นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ที่สร้างผู้จัดการกองทุนรุ่นหลังๆ มาป้อนตลาดอุตสาหกรรมกองทุนรวมอีกด้วย

แม้สมเกียรติ จะก้าวออกมาทำธุรกิจส่วนตัวตั้งแต่ปี 1999 ธุรกิจที่ทำก็ยังคงเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงซึ่งตัวเองมีความเชี่ยวชาญอยู่นั่นเอง โดยบริษัทของเขาเป็นผู้ผลิตโปรแกรมสำเร็จรูป BONANZA ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้ระบบงานนี้บริหารเม็ดเงินลงทุนในประเทศไทยกว่า 1.5 ล้านล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งเหนือคู่แข่งที่เป็นบริษัทต่างชาติ

ทุกครั้งที่มีการแข่งซอฟต์แวร์ทางด้านการเงินบริษัทของเขาจะได้ที่ 1 ทุกครั้ง โดยรางวัลสูงสุดที่บริษัทได้รับเป็นรางวัลชนะเลิศ “เจ้าฟ้าไอที รัตนราชสุดา สารสนเทศ” ในปี 2548 ซึ่งเหมือนกับรางวัลโนเบลของประเทศไทย ตั้งแต่ตั้งมายังไม่เคยมีใครได้รางวัลนี้ นี่เป็นบริษัทแรกที่ได้รางวัล เป็นการันตีถึงศักยภาพของบริษัทได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจะได้มามีโอกาสมาเปิดมุมมองในเรื่องการออมการลงทุนส่วนตัวของเขากัน

สมเกียรติ ยอมรับว่า ตัวเองเป็นคนที่ถนัดเรื่องหุ้นชอบลงทุนในหุ้นเพราะโตมาจากสายแบงก์ เริ่มเป็นผู้จัดการกองทุนมาตั้งแต่ 21 ปีที่แล้ว ดูการลงทุนทั้งในส่วนของหุ้นและตราสารหนี้ พออายุมากขึ้นเริ่มรู้สึกว่ามีตราสารอีกตั้งหลายอย่างที่น่าลงทุน โดยเฉพาะ “ศิลปวัตถุ” ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ,เหรียญที่ระลึกในโอกาสต่างๆ ,พระพุทธรูป ,เครื่องเบญจรงค์ หรือเซรามิคจีน ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่หากเลือกลงทุนได้ถูกต้องแล้ว สามารถที่จะเพิ่มค่าได้และอาจจะเพิ่มค่าได้เร็วกว่าหุ้นและเร็วกว่าการลงทุนในทรัพย์สินอีกหลายๆ อย่างด้วยซ้ำไป

สมมติว่าเราเอาเงินไปฝากแบงก์ เราจะได้สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สวยๆ มาเล่มหนึ่ง ได้ผลตอบแทน 4-5% เราก็ดีใจแล้ว แต่ถ้าเราไปซื้อศิลปวัตถุพวกนี้ หลายๆ อย่างสามารถนำมาโชว์ได้ด้วย แล้วเขาก็เพิ่มมูลค่าเร็วกว่าเงินฝากอยู่ดี ถ้าซื้อได้ถูกต้อง แล้ววันไหนจำเป็นต้องใช้เราก็อาจจะปล่อยก็ได้ แต่ก็เหมือนกับเอาเงินฝาก วันหนึ่งเราจำเป็นต้องใช้เราก็ไปถอนเงินออกมาก็คล้ายๆ กัน แต่ตรงนี้เรายังมีความสุขด้วย เรายังมีความสุขกับของสวยๆ งามๆ ด้วย

“ชามใบแรกเริ่มซื้อในปี 1990 ชามนั้นเราเรียกว่า “ชามกุหลาบน้ำทอง” โดยส่วนตัวผมจะชอบพวกชามสีหวานๆ เรียกว่ากุหลาบน้ำทองเป็นของไทย จะออกสีชมพูหวานๆ เป็นทอง พวกพื้นดำก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ตอนนั้นรู้สึกว่าชามบ้าอะไรแพงจังเลย พอซื้อเสร็จแล้วแฟนบอกว่าระวังเจ้าของจะมาทวงคืนตอนกลางคืนนะ เอาไว้ในห้องนอน แฟนก็กลัวอีก ชามใบแรกที่ซื้อทั้งรู้สึกว่าแพงและรู้สึกว่ากลัวด้วย หลังๆ เราก็เริ่มชิน”

อย่างศิลปวัตถุของจีนที่เรียกว่า “Blue and White” ชุด “คาเมา” ชุดนี้ อายุประมาณ 200-300 ปี เมื่อ 2 ปีก่อน ผมซื้อ 50,000 บาท ตอนนี้ราคามัน 50,000 ยูโร เพิ่มขึ้น 40 กว่าเท่า ในเวลาเพียง 2 ปี มันแล้วแต่ว่าเราไปเจอทรัพย์สินประเภทไหนเข้า ส่วนชุดพวกนี้เรียกว่า “วังเทา” ซึ่งจริงๆ แล้วชุดวังเทาจะดังกว่าคาเมาอีก พวกนี้อีกหน่อยน่าจะกำไรกว่าชุดคาเมา พวกศิลปวัตถุพวกนี้ท้ายสุดผมคิดว่าเป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่งที่น่าจะให้ผลตอบแทนดีสุด หรือไม่ก็หุ้นที่กำไรดีสุดถ้าเลือกหุ้นได้ถูกต้อง หรือไม่ก็ที่ดินผืนงามๆ หรืออะไรที่ดีตั้งแต่ต้น ทุกตัวทำกำไรได้เยอะไปหมด

สมเกียรติ บอกว่า ตอนเด็กๆ เราจะเริ่มลงทุนในเงินฝาก พอเราเก่งขึ้นมานิดหนึ่งเราจะเริ่มดูหุ้น พอเก่งขึ้นมาอีกเราจะเทรดตราสารหนี้เป็น แล้วตราสารอนุพันธ์ก็จะยากขึ้นไปอีก พอถึงจุดหนึ่งถ้าเรารู้ถึงศิลปวัตถุพวกนี้ก็สามารถปรับเรื่องการลงทุนมาใช้ได้หมด ศิลปวัตถุวิธีการลงทุนเหมือนกับการลงทุนทุกอย่างเพราะเป็นการเดาภาวะเศรษฐกิจก่อน

อย่างหุ้นเราก็เดาภาวะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ เศรษฐกิจประเทศไหนจะดี เราก็ซื้อหุ้นประเทศนั้น วิธีการจะเหมือนกัน ศิลปวัตถุถ้าเกิดเราดูว่าประเทศไหนในโลกอีกหน่อยจะเป็นประเทศที่รวย มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นมาเยอะ แล้วเศรษฐีพวกนั้นมาจากคนที่ไม่เคยมีสตางค์แล้ววันหนึ่งเป็นเศรษฐี สิ่งที่เขาจะทำก็คือ เขาจะซื้อของเก่าเข้ามาในบ้าน

“อย่างเมื่อไม่นานนี้ผมขายเหล้าเก่าเฮนเนสซี่ไปชุดหนึ่งของคุณพ่อได้ 670,000 บาท พวกเฮนเนสซี่เก่าๆ มีราคาขึ้นมาเร็ว ขนาดยิ่งพร่องๆ เหลือน้อยๆ ยิ่งขายได้ราคา ส่วนใหญ่เขาซื้อไปกินแล้วก็ซื้อไปโชว์ด้วย ทุกการลงทุนเหมือนกันหมด คือ ต้องมีความรู้ อย่างจะซื้อหุ้นตัวไหนต้องมีความรู้ ซื้อตราสารหนี้ตัวไหนก็ต้องมีความรู้ อย่างเช่าพระพุทธรูปองค์นี้มาอายุ 100 กว่าปี เป็นพระพุทธเจ้าปางมารชมพูหรือเราเรียกว่าปางห้ามญาติเป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นพระพุทธเจ้าทรงเครื่อง ผมว่าการลงทุนจริงๆ มันมีหลายอย่าง แต่ทุกอย่างเราต้องรู้จริงประเด็นอยู่ตรงนั้น”

ส่วนตัวสมเกียรติ เชื่อว่า ถ้าเลือกหุ้นเก่งก็รวยได้ เลือกที่ดินของประเทศนั้นเก่งก็รวยได้ เลือกศิลปวัตถุเก่งก็รวยได้ แล้วตัวที่กำไรสุดคือ ตัวไหน ตัวที่กำไรที่สุดก็น่าจะเป็นตัวที่สภาพคล่องน้อยที่สุด แต่มันก็เสี่ยงสุด ศิลปวัตถุถือว่าสภาพคล่องน้อยสุด แล้วก็เสี่ยงด้วย ถ้ามันตกแตกก็คือ หมดเลย มันจะไม่เหมือนที่ดิน ถ้าอย่างนั้นแล้วพรีเมียมมันจะได้ดีที่สุด อัตราผลตอบแทนมันจะดีสุด เพราะมันเสี่ยงกับการขาดสภาพคล่องและเสี่ยงกับการที่จะต้องแตกหรืออะไรก็แล้วแต่ คนก็เลยให้พรีเมียมมันสูงสุด

อย่างไรก็ตาม การลงทุนย่อมมีความเสี่ยงความเสี่ยงจากการที่จะไปเจอของปลอมที่ไม่ใช่ของแท้ด้วย เพราะตอนนี้เขาเก่งมากเรื่องทำของปลอม เพราะฉะนั้นเหมือนกันเลยทุกอย่างต้องมีความรู้ รู้ในการที่จะเลือกหุ้น รู้ในการที่จะเลือกของเก่าต้องมีความรู้ ต้องศึกษา ท้ายสุดแล้วมันจะเป็นทรัพย์สินอีกแบบหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนดีสุด

“ถ้าถามว่าผมถนัดเรื่องไหน ผมถนัดเรื่องหุ้น ปัจจุบันก็ยังมีการลงทุนในหุ้นซึ่งถือเป็นพอร์ตการลงทุนที่ใหญ่ที่สุด ส่วนใหญ่จะลงทุนโดยตรงแต่ก็มีผ่านกองทุนรวมด้วย แน่นอนศิลปวัตถุไม่มีเทคนิเคิลให้ดู ไม่มีอัตราส่วนต่างๆ ให้ดู แต่ผมพอรู้ว่าราคาตลาดมันเท่าไร ทุกครั้งที่ผมซื้อผมซื้อถูกกว่าราคาตลาดค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นผมยังไงก็ไม่เจ็บตัว อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นหลายชิ้นที่ซื้อเราซื้อที่นี่ ถ้าชิ้นแบบเดียวกันที่เมืองนอกเท่าไร เรารู้ เพราะอย่างน้อยเรารู้ว่าเราซื้อถูกกว่าหลายเท่า เราก็ซื้อ”

แม้สมเกียรติจะยอมรับว่าตัวเขาเองเป็นคนที่ชอบความเสี่ยง แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่มีเหตุผลเท่านั้น

เคล็ดลับซื้อหุ้น IPO

นำเสนอเกี่ยวกับการทำอย่างไร เมื่อมีกองทุนใหม่ IPO และน่าสนใจ ซื้อเอาไว้ไม่ขาดทุน วันนี้มาเสนอเกี่ยวกับเคล็ดลับการออมเงินอีกวิธีในการซื้อหุ้น กองทุนใหม่ ใช้ได้กับการลงทุนทุกแขนง ปรับเปลี่ยนวิธีการให้เข้ากันเท่านั้น กับเคล็ดลับ และบทเรียน เพิ่มภูมิคุ้มกันในการซื้อหุ้น IPO และถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่นิยมชมชอบหุ้น IPO ต้องอ่านเคล็ดลับ&บทเรียนในการเลือกหุ้น IPO จะไม่ได้ผิดพลาดบาดเจ็บอีก

กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีสปอท 33 ซีรี่ส์ 2

เอ็มเอฟซีปลื้มยอดจองซื้อทาร์เก็ตฟันด์กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีสปอท 33 ซีรี่ส์ 2 (SPOT33S2) ล้น เตรียมเปิดขายกองทุนเปิดใหม่เป็นกองทุนเปิดเอ็มเอฟซีสปอท 33 ซีรี่ส์ 3 รองรับความต้องการของผู้สนใจวันที่ 25-26 ธันวาคมนี้เท่านั้น โดยนางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า

กสิกรไทย เอาใจผู้ลงทุน LTF/RMF

บลจ.กสิกรไทยเปิดตัวบริการใหม่รายแรกเอาใจผู้ลงทุน LTF/RMF Download หนังสือรับรองการซื้อออนไลน์ ควบแนบไฟล์ผ่าน E-mail ลดปัญหาเอกสารสูญหาย พร้อมยื่นขอคืนภาษีได้ทันใจ เริ่ม 21 ม.ค.นี้ ซึ่งนางสาวยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.เตรียมเปิดตัวบริการใหม่ให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกดาวน์โหลดหนังสือรับรองการซื้อกองทุน LTF/RMF ออนไลน์ผ่าน www.kasikornasset.com เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงทุนในกองทุน LTF/RMF กสิกรไทย ในการใช้เอกสารประกอบการยื่นและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับปีภาษี 2555 โดยจะเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 21 มกราคมนี้

คลังไม่กังวลเงินไหลออก

กิตติรัตน์บอกมาช้ายังดีกว่าไม่มา หลังกนง.ลดดอกเบี้ยนโยบาย ชี้เงินไหลออกไม่ใช่เรื่องเสียหาย กดบาทอ่อน หนุนส่งออก นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองว่าการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาที่ 0.25% ในปัจจุบันอย่างน้อยมาช้าก็ดีกว่าไม่มา โดยในส่วนนโยบายการเงินก็ให้กนง.ว่าไป ซึ่งในส่วนคลังที่ดูแลเศรษฐกิจโดยตรงก็จะดูแลไป